วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

ทำเพื่อให้คนยกย่องหรือเลื่อมใส



     ภิกษุรูปหนึ่งอยู่ป่า ด้วยตั้งใจว่าคนจะยกย่องเราด้วยวิธีนี้ ต่อมามีคนยกย่องแล้ว เธอมีความรังเกียจว่า พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แล้ว เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ

     จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระพุทธเจ้า ๆ ตรัสว่า
     ภิกษุ ! เธอไม่ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุไม่พึงอยู่ป่าด้วยตั้งใจเช่นนั้น ภิกษุใดอยู่ป่าด้วยตั้งใจเช่นนั้นต้องอาบัติทุกกฎ”  

     ภิกษุรูปหนึ่งเที่ยวบิณฑบาต ด้วยตั้งใจว่าคนจะยกย่องเราด้วยวิธีนี้ ต่อมามีคนยกย่องแล้ว เธอมีความรังเกียจว่า พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แล้ว เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ

          จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระพุทธเจ้า ๆ ตรัสว่า
     ภิกษุ ! เธอไม่ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุไม่พึงเที่ยวบิณฑบาตด้วยตั้งใจเช่นนั้น ภิกษุใดเที่ยวบิณฑบาตด้วยตั้งใจเช่นนั้นต้องอาบัติทุกกฎ

     ภิกษุรูปหนึ่งเดินจงกรมอยู่ ด้วยตั้งใจว่าคนจะยกย่องเราด้วยวิธีนี้ ต่อมามีคนยกย่องแล้ว เธอมีความรังเกียจว่า พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แล้ว เราต้องอาบัติปาราชิกแล้วกระมังหนอ

     จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระพุทธเจ้า ๆ ตรัสว่า
     ภิกษุ ! เธอไม่ต้องอาบัติปาราชิก ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุไม่พึงเดินจงกรมด้วยตั้งใจเช่นนั้น ภิกษุใดเดินจงกรมด้วยตั้งใจเช่นนั้นต้องอาบัติทุกกฎ

ขยายความ การกระทำใด ๆ ก็ตาม ถ้ามุ่งเพื่อละกิเลสตัณหาโดยความบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริงแล้วยึดหลักพระธรรมวินัย เป็นแม่แบบอย่างตรงไปตรงมา ไม่มี ความคิดเน่าในแอบแฝงอยู่ การกระทำนั้น ๆ จะไม่มีปัญหามาก

     ที่เกิดความไม่เรียบร้อยขึ้น ในวงการคณะสงฆ์ขณะนี้ ก็เกิดจาก ความคิดเน่าในของคนที่ทำเพื่อให้เขายกย่องเลื่อมใส ด้วยวิธีการแปลก ๆ ใหม่ ๆ ที่พระพุทธองค์มิได้ทรงบัญญัติไว้ แล้วก็อ้างว่ามาจากพระไตรปิฎกบ้าง อ้างเหตุผลต่าง ๆ เพื่อคล้อยตามทิฐิของตนบ้าง

     ทั้งหมดนี้ก็เกิดจากการไม่เอื้อเฟื้อพระวินัย และไม่เคารพพระธรรมนั่นเอง จึงปรากฏออกมาเป็นการแอบแฝง บิดเบือน ล้มล้าง เหยียบย่ำ ฯ ในรูปแบบที่จะทำให้คนนับถือ ยกย่องด้วยประการต่าง ๆ

     ได้โปรดเถิดพุทธบริษัททั้งหลาย ! จงมีความละอายและเกรงกลัวต่อบาปกันบ้างเถิด พระพุทธองค์ทรงมีความเมตตาและพระมหากรุณาอันยิ่งใหญ่ สู้เสียสละความสุขส่วนตน กระทำตนเป็นแบบอย่าง ทรงวางรากฐานไว้ให้พวกเราได้พึ่งพระบารมี นับว่าเป็นพระคุณล้นเหลือ สุดจะประมาณได้


     อย่าได้คิดสั้น ด้วยการหวังเพียงลาภ ยศ สรรเสริญ และ สุข อันเป็นของมายาจอมปลอม ด้วยการเหยียบย่ำ พระธรรมวินัย ต่อไปอีกเลย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

อานาปานสติสูตร (ตอนจบ)

ข้อควรกำหนดในพระสูตรนี้      พระเถระผู้มีนามปรากฏในพระสูตรนี้ เป็นพระเถระยุคต้นพุทธกาล เป็นเอตทัคคสาวก ในจำนวน 43 ท่าน การที่นำเอาชื่อพร...