พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ ควงไม้สะเดา ในเมืองเวรัญชา พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ประมาณ 500 รูป พระสารีบุตรหลีกเร้นอยู่ในที่สงัด เกิดความคิดว่าพระศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์ไหนหนอ ที่ดำรงอยู่ไม่ได้นานและพระศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์ไหนหนอดำรงอยู่ได้นาน ครั้นแล้วจึงได้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า กราบทูลถามถึงความสงสัยนั้น พระพุทธองค์ตรัสตอบพอสรุปได้ว่า พระศาสนาของพระพุทธเจ้าพระนามว่า วิปัสสี สิขี และ เวสสภูทั้งสามพระองค์นี้ดำรงอยู่ได้ไม่นาน เหตุเพราะทรงท้อพระทัย ที่จะแสดงธรรมโดยพิสดารแก่เหล่าสาวกและทั้งมิได้ทรงบัญญัติพระวินัยด้วย ด้วยเหตุนี้เมื่อพระพุทธเจ้าทั้งสามพระองค์ปรินิพพานพระศาสนาของพระองค์จึงอันตรธานหมดไปโดยเร็ว ทรงเปรียบว่า บรรดาคฤหัสถ์ที่ออกบวชในศาสนา โดยไม่มีวินัยควบคุมนั้น เหมือนดอกไม้ต่างพรรณ ที่กองไว้บนพื้นกระดาน โดยไม่มีด้ายร้อยให้ติดกัน ลมย่อมพัดให้กระจัดกระจายได้ง่าย ฉันใดก็ฉันนั้น
ส่วนพระศาสนาของพระพุทธเจ้าพระนามว่า กกุสันธะ โกนาคมนะและ กัสสปะ ทั้งสามพระองค์ดำรงอยู่ได้นาน เหตุเพราะไม่ทรงท้อพระทัย ที่จะแสดงธรรมโดยพิสดารแก่สาวก และทั้งยังได้ทรงบัญญัติพระวินัยไว้ด้วย ด้วยเหตุนี้เมื่อพระพุทธเจ้าทั้งสามพระองค์ปรินิพพานแล้ว พระศาสนาของพระองค์จึงดำรงอยู่ได้ยืนนาน ทรงเปรียบว่า บรรดาคฤหัสถ์ต่างชาติ ต่างสกุลที่ออกบวช โดยมีวินัยควบคุมนั้น เหมือนดอกไม้ต่างพรรณ ที่กองไว้บนพื้นกระดาน โดยมีด้ายร้อยไว้ติดกัน ลมย่อมพัดให้กระจัดกระจายได้ยาก ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อทราบเหตุแห่งความเสื่อมและความเจริญของพระศาสนาดังนี้แล้ว พระสารีบุตรได้กราบทูล ให้พระพุทธองค์ทรงบัญญัติ พระวินัย เพื่อให้พระศาสนายั่งยืนดำรงอยู่ได้นาน พระพุทธเจ้าตรัสห้ามว่า รอให้มีเหตุเกิดขึ้นก่อนจึงค่อยบัญญัติพระวินัย และในกาลนั้นก็จะทรงแสดงปาติโมกข์ด้วย เพราะทรงทราบเหตุการณ์ในอนาคตแล้ว ต่อมาไม่นาน พระสุทินน์ลูกเศรษฐีชาวบ้านกลันทะ เมืองเวสาลี ก็เป็นต้นเหตุให้ทรงบัญญัติพระวินัยเป็นข้อแรก ซึ่งภิกษุสงฆ์ยังคงใช้อยู่จนทุกวันนี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น