วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558

ผู้ขอไม่เป็นที่รักของผู้ถูกขอ

 พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน กรุงราชคฤห์ ครั้งนั้นพวกภิกษุชาวรัฐอาฬวี สร้างกุฎีที่พักของตน ๆ ใหญ่โต ไม่มีกำหนด จึงต้องใช้วัสดุในการก่อสร้างมากและสำเร็จยาก จึงต้องขอสิ่งของและอุปกรณ์การก่อสร้างจากชาวบ้าน ครั้งแล้วครั้งเล่าแม้กระทั่งแรงงานก็ต้องขอมาช่วย

     ชาวบ้านแถบนั้นต่างมีความเอือมระอาไปตาม ๆ กัน เมื่อเห็นพระเดินมาจึงพากันหลบหลีกบ้าง ปิดประตูหน้าต่างบ้างเมินหน้าทำไม่เห็นเสียบ้าง หวาดระแวงถึงขนาดเห็นแม่โคสีคล้ายจีวรพระ ก็พากันหนีด้วยคิดว่าพระมาเรี่ยไรอีกแล้วเป็นต้น

     ต่อมา พระมหากัสสปเดินทางไปรัฐอาฬวี ได้เข้าไปบิณฑบาตในหมู่บ้านนั้น ชาวบ้านหมู่นั้นเห็นแล้วพากันหวาดสะดุ้งและหลบหนี ยังความประหลาดใจให้เกิดแก่ท่าน เพราะไม่เคยพบมาก่อน ท่านจึงคิดว่าจะต้องมีเหตุมีปัจจัยเกิดขึ้นเป็นแน่

     เมื่อท่านได้สอบถามพวกภิกษุเหล่านั้นทราบความแล้ว จึงรู้สึกสลดใจมาก เมื่อพระพุทธองค์เสด็จถึงรัฐอาฬวี พระมหากัสสปจึงได้กราบทูลความนั้นให้ทรงทราบ
     พระพุทธเจ้าจึงทรงตำหนิการกระทำของพวกภิกษุเหล่านั้นว่าเป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของหมู่ชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเป็นไปเพื่อความไม่เลื่อมใสของหมู่ชนที่เลื่อมใสอยู่ก่อนแล้ว

     ทรงติเตียนภิกษุชาวรัฐอาฬวีว่า เป็นคนเลี้ยงยาก บำรุงยาก เป็นคนมักมากไม่สันโดษ คลุกคลี เป็นต้น แล้วทรงนำเอาเรื่องโทษของคนขอจัดมาแสดงไว้ดังนี้

     พญานาคหนีคนขอ ฤษีสองพี่น้อง ตั้งสำนักอาศรมบำเพ็ญพรตอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคาคนละแห่ง พญานาคชื่อ มณีกัณฐ์ตัวหนึ่ง มีความเอ็นดูฤษีองค์น้อง จึงขึ้นจากน้ำมาหาทุกวันมาไม่มาเปล่าแถมเอาลำตัวพันรอบ ๆ ฤษีผู้น้อง 7 รอบด้วย ฤษีผู้น้องมีความหวาดกลัวจนซูบผอม ผิวเหลืองคล้ำ มีแต่หนังหุ้มกระดูก

     ฤษีพี่ชายเห็นน้องมีอาการเช่นนั้น สอบถามก็ได้ความว่ากลัวพญานาค ถ้าน้องไม่อยากให้พญานาคมาอีก จงขอแก้วมณีที่ห้อยคอพญานาคเถิด แล้วพญานาคนั้นจะไม่มาหาอีก ถ้าวันต่อมายังมาอีกก็ให้ขออีก คือให้ขอทุกครั้งที่พบกัน

     วันต่อมา พญานาคมณีกัณฐ์ก็มาหาตามเคย พอนาคเข้ามาถึงที่อยู่ฤษีก็ออกปากขอแก้วมณีทันทีว่า

     “ขอท่านจงให้แก้วมณีที่แขวนคอแก่ข้าพเจ้าเถิด ข้าพเจ้าอยากได้แก้วมณีที่ประดับอกท่าน

     พญานาคใจหายวูบ ความรักใคร่เอ็นดูที่มีต่อฤษีลดลงไปทันที พลางคิดว่าก็ที่เรามีอำนาจถึงปานนี้ก็ด้วยมีแก้วมณีดวงนี้ แก้วมณีดวงนี้จึงเป็นที่รักของเราอย่างยิ่ง เราจึงหวงแหนยิ่งนักจึงรีบกลับไปทันที

     วันต่อมา พญานาคก็มาหาอีก พอเข้ามาใกล้จะถึง ฤษีก็รีบร้องขอแก้วมณีอีก นาคก็เลยต้องหันหลังกลับกลับลงน้ำไปอีก

     ครั้งที่สาม พอพญานาคโผล่ขึ้นมาจากแม่น้ำคงคา ฤษีเห็นแต่ไกลก็รีบร้องขอแก้วมณีทันที นาคได้กล่าวตอบว่า

     “อาหารของเราเกิดจากการบันดาลของแก้วดวงนี้ ข้าพเจ้าจะให้แก้วดวงนี้แก่ท่านได้อย่างไร ? ท่านเป็นคนขอจัดเราจะไม่มาหาท่านอีกต่อไปแล้ว

     ฤษีผู้พี่จึงกล่าวคาถาตอนท้ายเรื่องว่า

     “ถ้ารู้ว่าสิ่งใดเป็นที่รักของเขา ไม่ควรขอสิ่งนั้น คนย่อมเป็นที่เกลียดชังเพราะขอจัด

     นกกลัวคนขอ ภิกษุองค์หนึ่ง ท่านบำเพ็ญเพียรอยู่ในป่าแถบภูเขาหิมพานต์ ใกล้ที่สำนักพระนั้น มีหนองน้ำใหญ่นกฝูงใหญ่มาอาศัยกินน้ำนั้น แล้วก็เลยพักอยู่ในป่าใกล้สำนักของภิกษุรูปนั้น

     พระมีความรำคาญด้วยเสียงนกเหล่านั้น เมื่อเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ทรงถามถึงความผาสุก ในการทำความเพียรอยู่ในป่า พระรูปนั้นกราบทูลว่า

     “ข้าพระพุทธเจ้ารำคาญเสียงนก จึงหนีจากป่านั้นมาพระพุทธเจ้าข้า
     “เธอต้องการให้นกเหล่านั้นหนีไปหรือ ? 
     “พระพุทธเจ้าข้า

     “ถ้าเช่นนั้น เธอจงปฏิบัติอย่างนี้ เมื่อนกเหล่านั้นเข้านอนในป่าเรียบร้อยแล้ว ตอนหัวค่ำเธอร้องดัง ๆ ว่า นกทั้งหลายจงฟังเรา !

นกที่อยู่ในบริเวณนี้ทั้งหมด จงให้ขนแก่เราตัวละหนึ่งขน ประกาศ 3 ครั้ง พอเวลาดึกสองยามเธอก็ไปประกาศดัง ๆ เช่นเดียวกันอีก 3 ครั้ง ๆ และเวลาใกล้รุ่งให้เธอไปประกาศอย่างนี้อีก 3 ครั้ง

     เมื่อภิกษุรูปนั้นเข้าป่า และปฏิบัติตามพระพุทธองค์ทรงแนะ พวกนกเหล่านั้นรู้ว่าพระต้องการขนของเรา และร้องขอขนของเราอยู่ทั้งคืน จึงได้พร้อมใจกันหนีออกไปจากป่านั้น ไม่กลับมาอีกเลย


     



     

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

อานาปานสติสูตร (ตอนจบ)

ข้อควรกำหนดในพระสูตรนี้      พระเถระผู้มีนามปรากฏในพระสูตรนี้ เป็นพระเถระยุคต้นพุทธกาล เป็นเอตทัคคสาวก ในจำนวน 43 ท่าน การที่นำเอาชื่อพร...