วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ธรรมที่ไม่เสื่อมของภิกษุ 7

     พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชกูฏ กรุงราชคฤห์ ได้ทรงแสดงธรรมที่ไม่เสื่อมของภิกษุ เรียกว่า “อปริหานิยธรรม” ที่ภิกษุปฏิบัติตามแล้ว จะไม่มีความเสื่อมเกิดขึ้นเลย คือ
     1.พวกภิกษุจักไม่เป็นผู้ชอบการงาน ไม่ยินดีแล้วในการงาน ไม่ประกอบตามซึ่งความเป็นผู้ชอบการงาน
     2.พวกภิกษุจักไม่เป็นผู้ชอบการคุย ไม่ยินดีแล้วในการคุย ไม่ประกอบตามซึ่งความเป็นผู้ชอบการคุย
     3.พวกภิกษุจักไม่เป็นผู้ชอบการนอนหลับ ไม่ยินดีแล้วในการนอนหลับ ไม่ประกอบตามซึ่งความเป็นผู้ชอบการนอนหลับ
     4.พวกภิกษุจักไม่เป็นผู้ชอบคลุกคลีด้วยหมู่ ไม่ยินดีแล้วในความคลุกคลีด้วยหมู่ ไม่ประกอบตามซึ่งความเป็นผู้ชอบความคลุกคลีด้วยหมู่
     5.พวกภิกษุจักไม่เป็นผู้มีความปราถนาลามก ไม่ลุอำนาจแก่ความปราถนาลามก
     6.พวกภิกษุจักเป็นผู้ไม่มีมิตรชั่ว ไม่มีสหายชั่ว ไม่คบคนชั่ว
     7.พวกภิกษุจักไม่ถึงความนอนใจในระหว่าง เพราะการบรรลุคุณวิเศษเพียงขั้นต่ำ อยู่เพียงใด พึงหวังได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อมเพียงนั้น
     “ภิกษุทั้งหลาย ! อปริหานิยธรรมทั้ง 7 นี้ จักตั้งอยู่ในหมู่ภิกษุ และหมู่ภิกษุจักสนใจ ในอปริหานิยธรรมทั้ง 7 นี้อยู่เพียงใด พึงหวังได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียวไม่มีเสื่อมเพียงนั้น”

ขยายความ ธรรมที่ไม่เสื่อมของภิกษุ 7 ประการนี้ มุ่งหมายเฉพาะขณะปฏิบัติอย่างจริงจังเท่านั้น
     คำว่า “ไม่เป็นผู้ชอบการงาน” หมายความว่า การทำการงานต่าง ๆ ทำให้เสียอารมณ์กรรมฐาน กล่าวคือขาดสติและสัมปชัญญะได้ง่าย อีกทั้งเป็นเหตุให้ห่วงกังวลด้วย จึงจัดว่าเป็นอุปสรรค แก่การปฏิบัติประการหนึ่ง
     คำว่า “ไม่เป็นผู้ชอบการคุย” หมายความว่า การคุยมากย่อมเป็นเหตุให้จิตฟุ้งซ่าน ปรุงแต่งได้ร้อยแปด ยากที่จะทำจิตให้สงบได้
     คำว่า “ไม่เป็นผู้ชอบการนอนหลับ” หมายความว่า ในขณะปฏิบัติที่จะให้ได้ผลดีนั้น ต้องนอนให้น้อย มิใช่ห้ามมิให้นอนเลย การนอนมากทำให้จิตเซื่องซึมสมองทึบปัญญาทึบ แต่ถ้าไม่นอนเลย หรือนอนน้อยจนเกินไป ก็เป็นอุปสรรคของการปฏิบัติเช่นกัน
     คำว่า “ไม่เป็นผู้ชอบคลุกคลีด้วยหมู่คณะ” หมายความว่า การคลุกคลีทำให้จิตไม่สงบ หรือทำให้สงบยาก  เมื่อจิตไม่สงบก็จะเบื่อหน่ายในการปฏิบัติ
     คำว่า “ไม่เป็นผู้มีความปราถนาลามก” หมายความว่าการคิดในเรื่องบาปอกุศลต่าง ๆ นั้น ทำให้จิตตกต่ำ เศร้าหมอง จึงจัดเป็นอุปสรรค
     คำว่า “ไม่มีมิตรชั่วหรือไม่คบคนชั่ว” หมายความว่าคนชั่วนั้นย่อมจะแนะนำให้เกิดความท้อถอยในการปฏิบัติด้วยประการต่าง ๆ เมื่อได้ยินได้ฟังบ่อยเข้า ก็อาจเลิกปฏิบัติไปในที่สุดได้

     คำว่า “ไม่ถึงความนอนใจในระหว่าง” หมายความว่าเมื่อเราปฏิบัติได้คุณธรรมอะไรบางอย่าง ที่ยังไม่สิ้นกิเลส ก็ไม่ควรพอใจอยู่เท่านั้น เพราะคุณวิเศษต่าง ๆ ยังมีอีกมาก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

อานาปานสติสูตร (ตอนจบ)

ข้อควรกำหนดในพระสูตรนี้      พระเถระผู้มีนามปรากฏในพระสูตรนี้ เป็นพระเถระยุคต้นพุทธกาล เป็นเอตทัคคสาวก ในจำนวน 43 ท่าน การที่นำเอาชื่อพร...