วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ธรรมที่ไม่เสื่อมของภิกษุ 6

     1.พวกภิกษุจักเข้าไปตั้งกายกรรม ประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย ทั้งในที่แจ้งและในที่ลับ
     2.พวกภิกษุจักเข้าไปตั้งวจีกรรม ประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย ทั้งในที่แจ้งและในที่ลับ
     3.พวกภิกษุจักเข้าไปตั้งมโนกรรม ประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย ทั้งในที่แจ้งและในที่ลับ
     4.พวกภิกษุจักเป็นผู้ แบ่งปันลาภอันเป็นธรรม ที่ได้มาโดยธรรม โดยที่สุดแม้มาตรว่า อาหารอันนับเนื่องในบาตร คือเฉลี่ยกันบริโภค กับเพื่อนพรหมจรรย์ผู้มีศีลทั้งหลาย
     5.พวกภิกษุจักมีศีลเสมอกัน กับเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ ในศีลอันไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นไท อันวิญญูชนสรรเสริญแล้วอันตัณหาทิฐิไม่ลูบคลำแล้ว เป็นไปเพื่อสมาธิ
     6.พวกภิกษุจักเป็นผู้มีทิฐิเสมอกัน กับเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ ในทิฐิอันประเสริฐนำออกไปจากทุกข์ นำผู้ปฏิบัติตามเพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบอยู่เพียงใด พึงหวังได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อมเพียงนั้น
     “ภิกษุทั้งหลาย ! อปริหานิยธรรมทั้ง 6 นี้ จักตั้งอยู่ในหมู่ภิกษุ และหมู่ภิกษุจักสนใจในอปริหานิยธรรมทั้ง 6 นี้อยู่เพียงใด พึงหวังซึ่งความเจริญอย่างเดียวไม่มีเสื่อมเพียงนั้น

ขยายความ ในการอยู่ร่วมกับคนหมู่มาก หรือตั้งแต่สองคนขึ้นไป การทำการพูด การคิดของเรา จะต้องมีจิตเมตตาประกอบทุกครั้งไป สังคมนั้นจึงจะสงบสุข และเกิดความสามัคคีแก่หมู่คณะได้
     การอยู่ร่วมกัน เรื่องของลาภผลเป็นปัญหาสำคัญ ถ้าทุกคนมีความตระหนี่และเห็นแก่ตัวแล้ว ความเสื่อมจะเกิดขึ้นในหมู่คณะนั้น ไม่เร็วก็ช้าอย่างแน่นอน
     การอยู่ร่วมกัน ความมีศีลเสมอกัน หรือความไม่รังเกียจกันด้วยศีลจัดเป็นความเจริญประการหนึ่ง ถ้าผู้ใดรู้ว่าตนมีข้อบกพร่องทางกาย หรือทางวาจาก็ดี ควรให้โอกาสเพื่อนแนะนำตักเตือนได้ หรือคิดแก้ไขด้วยตนเอง ก็จะไม่ทำให้หมู่คณะนั้นเสื่อม หรือแตกความสามัคคี
     ประการสุดท้าย ของเหตุแห่งความไม่เสื่อมของภิกษุ การมีความเห็นเสมอกัน ไม่ยึดถือทิฐิมานะของตน ว่าดีกว่าหรือถูกกว่าของคนอื่นหมด โดยยึดหลักธรรมและวินัยเป็นแม่บท สังคมนั้น ๆ จะไม่มีความเสื่อมอย่างแน่นอน
     มีคำกล่าวว่า ทิฐิพระ มานะกษัตริย์ เป็นเรื่องที่ละได้ยากที่สุด แต่ก็ละยากเฉพาะคนพาลเท่านั้น จึงมีคำพูดอยู่ว่า
                    ชาวบ้านทะเลาะกันด้วยเรื่องกาม

                    สมณพราหมณ์ทะเลาะกันด้วยเรื่องทิฐิ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

อานาปานสติสูตร (ตอนจบ)

ข้อควรกำหนดในพระสูตรนี้      พระเถระผู้มีนามปรากฏในพระสูตรนี้ เป็นพระเถระยุคต้นพุทธกาล เป็นเอตทัคคสาวก ในจำนวน 43 ท่าน การที่นำเอาชื่อพร...