วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2558

สตรีเป็นมลทินของภิกษุ

     พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตะวันเมืองสาวัตถี ครั้งนั้นพระอุทายีเป็นพระประจำสกุลในเมืองสาวัตถี ท่านชอบเข้าออกในสกุลเป็นประจำ ในสมัยนั้นมีหญิงสาวสกุลอุปัฏฐากของพระอุทายี เป็นหญิงที่บิดามารดายกให้แก่ชายหนุ่มไว้แล้ว     เช้าวันหนึ่ง พระอุทายีไปบ้านสกุลอุปัฏฐากนั้น แล้วถามหาหญิงสาวว่าอยู่ที่ไหนคนในบ้านบอกว่าอยู่ในห้อง พระอุทายีได้เข้าไปหาหญิงสาวคนนั้นในห้อง นั่งคุยกันตัวต่อตัวในที่กำบังนั้น     ในวันนั้น นางวิสาขามหาอุบาสิกา ได้รับเชิญให้มาในงานมงคลที่บ้านนั้น เห็นพระอุทายีนั่งในที่ลับกับหญิงสาวหนึ่งต่อหนึ่ง นางเห็นว่าพระอุทายีทำไม่เหมาะไม่ควรกับเพศและภาวะจึงได้พูดตักเตือนว่า      “ข้าแต่พระคุณเจ้า ! การที่พระคุณเจ้านั่งในที่ลับ ในที่กำบังซึ่งพอจะทำการได้กับหญิงหนึ่งต่อหนึ่งเช่นนี้ เป็นการไม่เหมาะไม่ควร แม้พระคุณเจ้าจะไม่ต้องการด้วยสิ่งนั้นก็จริง ถึงอย่างนั้นพวกชาวบ้านที่เขาไม่เลื่อมใส จะบอกให้เชื่อว่าท่านบริสุทธิ์ได้โดยยาก”      พระอุทายีแม้ถูกนางวิสาขากล่าวเช่นนั้น ก็มิได้สนใจใส่ใจในคำตักเตือน เมื่อนางกลับไปแล้วจึงได้เล่าเรื่องนี้ให้พวกภิกษุฟัง ภิกษุที่เป็นผู้มักน้อยและสันโดษ มีความละอาย มีความรังเกียจ เคารพต่อการศึกษา ต่างพากันเพ่งโทษติเตียนพระอุทายีว่าทำไม่ถูกไม่ควร แล้วกราบทูลเรื่องนี้แด่พระพุทธเจ้า     พระพุทธองค์จึงทรงรับสั่งให้ประชุมสงฆ์ สอบสวนพระอุทายี เมื่อได้ความเป็นสัตย์แล้ว จึงทรงตำหนิว่า ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ เพราะเป็นเหตุให้ผู้ที่ไม่เลื่อมใสกลับไม่เลื่อมใสยิ่งขึ้น และผู้ที่เลื่อมใสอยู่แล้วก็จะคลายความเลื่อมใส     ครั้นทรงติเตียนพระอุทายีเป็นอันมากแล้ว จึงทรงบัญญัติสิกขาบทห้ามมิให้ภิกษุนั่งในที่ลับหูหรือลับตากับหญิงหนึ่งต่อหนึ่งอีกต่อไป ซึ่งในปัจจุบันนี้พระวินัยข้อนี้ ก็ยังใช้บังคับอยู่ขยายความ ความเสื่อมของพระ ที่เกี่ยวกับสตรีมีมากเรื่อง ผู้หวังความเจริญงอกงามในพระธรรมวินัย ถ้าไม่ใส่ใจในพุทโธวาทที่ว่าด้วยการปฏิบัติตัวของพระต่อสตรี อย่างเคร่งครัดแล้ว ก็อย่าหวังเลยว่าจะมีความสงบใจ     น่าสรรเสริญนางวิสาขา ที่ทำตนเป็นชาวพุทธที่ดี เมื่อเห็นพระทำไม่ถูกไม่ควรก็แนะนำตักเตือนด้วยเมตตาจิต เมื่อเตือนแล้วไม่ฟังไม่ทำตาม จึงนำไปบอกแก่พระแทนที่จะเอาไปโพนทะนากับชาวบ้าน นับว่าเป็นตัวอย่างที่ควรแก่การสาธุ     ถ้าชาวพุทธเราไม่ถือคติ ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์อย่างนางวิสาขามหาอุบาสิกา ต่างช่วยกันปกป้องความเสื่อมของพระศาสนา คนละไม้คนละมือเป็นหูเป็นตาแทนองค์พระศาสดาโดยพร้อมเพรียงกันแล้ว ภิกษุสามเณรในเมืองไทย ก็น่าจะไหว้น่ากราบน่าทำบุญขึ้นอีกมากทีเดียว ขอฝากเรื่องนางวิสาขา ไว้เป็นตัวอย่างแก่ชาวพุทธทุกท่านด้วย


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

อานาปานสติสูตร (ตอนจบ)

ข้อควรกำหนดในพระสูตรนี้      พระเถระผู้มีนามปรากฏในพระสูตรนี้ เป็นพระเถระยุคต้นพุทธกาล เป็นเอตทัคคสาวก ในจำนวน 43 ท่าน การที่นำเอาชื่อพร...