วันอังคารที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

กรรมเก่า-ใหม่และวิธีดับกรรม

     ภิกษุทั้งหลาย ! เราจะแสดงกรรมทั้งกรรมเก่า กรรมใหม่และความดับกรรมพร้อมทั้งวิธีปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งกรรม พวกเธอจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจะกล่าว
     ภิกษุทั้งหลาย ! ก็กรรมเก่าเป็นไฉน ตาอันบัณฑิตพึงเห็นว่าเป็นกรรมเก่า อันปัจจัยทั้งหลายปรุงแต่งแล้ว สำเร็จด้วยเจตนา เป็นที่ตั้งแห่งเวทนา หู...จมูก...ลิ้น...กาย...ใจอันบัณฑิตพึงเห็นว่าเป็นกรรมเก่า อันปัจจัยปรุงแต่งแล้ว สำเร็จด้วยเจตนา เป็นที่ตั้งแห่งเวทนา
     ภิกษุทั้งหลาย ! นี้เราเรียกว่ากรรมเก่า
ภิกษุทั้งหลาย ! ก็กรรมใหม่เป็นไฉน กรรมที่บุคคลทำด้วย กาย วาจา และใจในบัดนี้ นี้เราเรียกว่ากรรมใหม่
     ภิกษุทั้งหลาย ! ก็วิธีดับแห่งกรรมเป็นไฉน นิโรธที่ถูกต้อง วิมุติ เพราะความดับแห่งกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม นี้เราเรียกว่า ความดับแห่งกรรม
     ภิกษุทั้งหลาย ! ปฏิปทาอันเป็นเครื่อง ให้ถึงความดับแห่ง
กรรมเป็นไฉน อริยมรรคมีองค์ 8 ประการ คือ 1. สัมมาทิฐิ 2. สัมมาสังกัปปะ 3. สัมมาวาจา 4. สัมมากัมมันตะ 5. สัมมาอาชีวะ 6. สัมมาวายามะ 7. สัมมาสติ 8. สัมมาสมาธิ
     ภิกษุทั้งหลาย ! นี้เรียกว่า ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งกรรม
     ภิกษุทั้งหลาย ! กรรมเก่า กรรมใหม่ ความดับแห่งกรรม และข้อปฏิบัติให้ถึงความดับกรรม เราได้แสดงแล้วแก่พวกเธอด้วยประการดังนี้แล
     กิจอันใด ที่ศาสดาผู้เอ็นดู แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล ผู้อนุเคราะห์แก่สาวกทั้งหลายจะพึงทำ กิจนั้นเราได้ทำแล้วเพราะอาศัยอนุเคราะห์
     ภิกษุทั้งหลาย ! นั่นโคนไม้ นั่นเรือนร่าง เธอทั้งหลายจงพยายาม อย่าประมาท อย่าได้เป็นผู้มีความเดือดร้อนใจในภายหลังเลย
     นี้เป็นอนุศาสนีของเราเพื่อเธอทั้งหลาย”

ขยายความ ที่ท่านว่าตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ เป็นกรรมเก่านั้น หมายความว่าเป็นของมีมาก่อน พอเกิดขึ้นมาก็มีมาเองแล้ว
     ที่ว่าสำเร็จด้วยเจตนานั้น หมายความว่าต้องตั้งใจ จึงจะสำเร็จกิจ มีการดูด้วยตาเป็นต้น
     ที่ว่าเป็นที่ตั้งแห่งเวทนานั้น หมายความว่าเกิดชอบใจ ไม่ชอบใจ หรือเฉย ๆ
     ที่ว่ากรรมใหม่นั้น ท่านระบุลงไปที่การกระทำทางกาย วาจา และใจ ที่เป็นปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นกุศลกรรม อกุศลกรรม หรือเป็นกลาง ๆ ก็ตาม จัดเป็นกรรมใหม่เพราะเป็นสิ่งที่เราทำขึ้นใหม่
     ที่ว่าความดับแห่งกรรมนั้น ท่านระบุไปที่วิมุติคือความหลุดพ้น ที่เกิดทางกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม คือต้องดับกันที่การกระทำทางกาย วาจา และใจนั่นเอง
     ที่ว่าข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งกรรม ท่านก็ระบุไปที่ อริยมรรคมีองค์ 8 ประการ
     ในท้ายสุด ทรงเตือนภิกษุมิให้ประมาท ทรงทำหน้าที่สมบูรณ์แล้ว ถ้าเราปลีกตนออกสู่ที่สงบสงัด มีความเพียรไม่ประมาท เราก็จะไม่เป็นผู้ที่ต้องร้อนใจในภายหลังอีกต่อไป
    


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

อานาปานสติสูตร (ตอนจบ)

ข้อควรกำหนดในพระสูตรนี้      พระเถระผู้มีนามปรากฏในพระสูตรนี้ เป็นพระเถระยุคต้นพุทธกาล เป็นเอตทัคคสาวก ในจำนวน 43 ท่าน การที่นำเอาชื่อพร...